.

มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

 


ประวัติท่านนบี มูฮัมหมัด


ท่านนบีมูฮัม หมัด ( ซ . ล . )

การเกิด

ท่านศาสดามุ ฮัม มัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เกิดที่นครมัก กะฮฺ ประเทศซา อุดิอารเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่แถบตะวันออกกลาง เกิดเมื่อเวลาเช้าตรู่ของ วันที่ 12 เดือน ร่อ บีอุ้ลเอาวัล ปีช้าง ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายน ค . ศ .571 หรือ พ . ศ .1114 เมื่อท่านอับดุล มุฏฏอลิบ ผู้เป็นปู่ได้ทราบข่าวการเกิด จึงได้รีบไปเยี่ยมและได้ตั้งชื่อให้หลานชายว่า มุ ฮัม หมัด ผู้ได้รับการสรรเสริญ

เชื้อสาย

บิดาของท่านชื่อ อับ ดุลลอ ฮ ฺ เป็นบุตรของอับดุล มุฏฏอลิบ บุตรของฮาชิม บุตรของอับดุลมะ นาฟ บุตรของ กุศ็อย บุตรของกิลาบ มารดาของท่านชื่อ อะ มี นะฮ ฺ บุตรของ วะฮับ บุตรของอับดุลมะ นาฟ บุตรของชุ รอฮฺ บุตรของกิลาบ บิดาและมารดาของท่านศาสดามุ ฮัม มัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นต้นตระกูลเดียวกัน หรือเผ่าเดียวกัน คือเผ่า กุเรช บิดาของท่านเสียชีวิตในขณะท่านอยู่ในครรภ์มารดา และต่อมามารดาของท่านก็เสียชีวิตอีก ในขณะที่ท่านมีอายุได้ 6 ปี ท่านศาสดาจึงได้ไปอยู่กับปู่ชื่อ อับดุล มุฏฏอลิบ

เมื่อยังเป็นเด็กท่านเคยทำงานโดยมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงแกะ และได้เคยติดตามลุงไปค้าขายยังประเทศซีเรีย 2 ครั้ง ครั้งแรกไปเมื่ออายุ 12 ปี ครั้งที่ 2 ไปเมื่ออายุ 25 ปี ในขณะที่ท่านมีอายุ 25 ปีนั้น ท่านไปทำงานอยู่กับท่าน หญิงค่อดีญะฮฺ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าในนครมัก กะฮฺ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีไมตรีและมิตรภาพ ประกอบกับมีประสบการณ์ในเรื่องการค้าขายเมื่อสมัยที่ยังอยู่กับลุง จึงทำให้กิจการค้าของท่าน หญิงค่อดีญะหฺ ได้เจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ

แม่นมของศาสดา เมื่อท่านศาสดาเกิดได้ 2-3 วัน ท่านได้รับการเลี้ยงดูจากสุ วัยบะฮ์ ซึ่งเป็นแม่นมคนแรก สำหรับแม่นมคนที่ 2 คือ ฮาลี มะฮ์ อัซซะอ์ ดี ยะฮ์ ซึ่งเป็นแม่นมโดยถาวร

วัยเติบโตของท่านศาสดา ท่านศาสดามุ ฮัม มัดเป็นบุคคลที่เพียบพร้อมไปด้วยความประเสริฐหลายด้าน เช่นความสัจจะ ความซื่อสัตย์ ท่านได้รับสมญานาม อัซ ซอดิก ผู้มีวาจาสัจจะ และ อัลอะมีน ผู้ที่มีความซื่อสัตย์

การตายของบิดา อับ ดุลลอฮ์ บิดาของท่านศาสดาสิ้นชีวิต ขณะที่ท่านศาสดาอยู่ในครรภ์มารดา 2 เดือน

การตายของมารดา อามี นะฮ์ มารดาของท่านศาสดาสิ้นชีวิต ขณะที่ท่านศาสดาอายุ 6 ปี

การตายของปู่ อับดุลมุตตอลิบ ปู่ของท่านศาสดาสิ้นชีวิต ขณะที่ท่านศาสดาอายุ 8 ปี

อาศัยอยู่กับลุง อบู ตอลิบ ลุงของท่านศาสดาเลี้ยงดูท่านศาสดาด้วยความรักและเอ็นดู ท่านศาสดาเป็นเด็กฉลาด มีความประพฤติดีและขยัน ท่านช่วยลุงเลี้ยงแพะ แกะ และช่วยลุงทำงานหลายอย่าง

การสมรส

ท่านได้รับการยกย่องและขนานนามว่า " อัล อามีน " แปลว่า ผู้ซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และการได้รับความไว้วางใจของท่านนี้เองทำให้ท่าน หญิงค่อดีญะฮฺ ซึ่งเป็นนายจ้างของท่านได้ขอแต่งงานกับท่าน ซึ่งขณะนั้นท่านอายุได้ 25 ปี ส่วนท่าน หญิงค่อดีญะฮฺ อายุได้ 40 ปี ซึ่งเป็นแม่หม้าย ท่าน หญิงค่อดีญะฮฺ ได้สิ้นชีวิตลงก่อน

ฮิจเราะฮฺ ประมาณ 3 ปีกว่า ซึ่งขณะนั้นท่านศาสดามุ ฮัม หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีอายุ 50 ปีเต็ม ดังนั้นท่านทั้งสองจึงใช้ชีวิตร่วมกันไม่น้อยกว่า 25 ปี และตลอดเวลาอันยาวนานนั้น ท่านศาสดามุ ฮัม หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีภรรยาเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ ท่าน หญิงค่อดีญะฮฺ ทั้งๆที่ในประเทศอาหรับขณะนั้นการมีภรรยาหลายคนจะเป็นเหตุการณ์ปกติหรือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญก็ตาม

การเป็นศาสดา

ท่านศาสดามุ ฮัม หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้รับ วะฮฺ ยู ( วะฮียฺ ) = Revalation = การดลใจหรือการรวบรัดดวงจิตโดยฉับพลัน จากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่า อิด เราะอฺ แปลว่า จงอ่าน

" จงอ่าน ด้วยพระนามของพระผู้อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงสร้าง ( สากลจักรวาล ) ผู้ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด จงอ่านเถิด และผู้อภิบาลของเจ้าทรงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยิ่ง " (96 : 1-3)

ท่านได้รับ วะฮฺ ยูหรือการดลใจหรือการแต่งตั้งให้ เป้น ศาสดาจากพระผู้เป็นเจ้า ในเดือนร่อ มาฎอน ณ

ถ้ำ ฮิรออฺ ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุได้ 40 ปี

การแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ท่านศาสดามุ ฮัม มัดได้รับการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ลห ลังจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นน บีได้ 6 เดือน ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ในเดือนรอ บีอุ้ลเอาวัล ตรงกับ ค . ศ . 610

การประกาศอิสลามอย่างลับๆ

พระผู้เป็นเจ้าทรงมีบัญชาให้ท่านศาสดามุ ฮัม หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ประกาศอิสลามอย่างลับๆก่อน คือประกาศแก่ญาติผู้ใกล้ชิดเป็นประการแรก หญิงคนแรกที่นับถือศาสนาอิสลาม คือ ท่านหญิง

ค่อดีญะฮฺ ภรรยาของท่าน ชายหนุ่มคนแรกที่รับอิสลามคือ ท่า นอบูบักร เยาวชนคนแรกที่รับอิสลาม คือท่านอล ี ซึ่งมีอายุเพียง 8-10 ปี ทาสคนแรก คือ ท่าน ซัยด ฺ ซึ่งเป็นบุตรของฮาริ ซะฮฺ และต่อมาได้รับกรปลดปล่อยให้เป็นอิสระ การประกาศอิสลามอย่างลับๆ ได้กระทำมาเป็นเวลา 3 ปี สาเหตุที่ประกาศอย่างลับๆ นี้เพราะบรรดามุสลิมยังมีกำลังน้อยอยู่

การประกาศอิสลามอย่างเปิดเผย

หลังจากที่ท่านศาสดามุ ฮัม หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ประกาศศาสนาอย่างลับๆ เป็นเวลา 3 ปี แล้วก็ได้รับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าให้ประกาศอิสลามอย่างเปิดเผย ทั้งๆที่ในขณะนั้นมีผู้นับถืออิสลามยังไม่มากนัก ถือกำเนิดจากตระกูล กุร็อยส์ วงศ์ระ กูล ของท่านสืบเชื้อสายมาจากนบีอิสมา อีล บุตร นบีอิบรอฮีม ( อ . ล .)

การเดินทางไปต่างแดน ท่านศาสดาเดินทางไปค้าขายกับลุงที่ซีเรีย ขณะที่ท่านมีอายุเพียง 12 ปี ใน ระหว่างทางท่านได้พบกับบาทหลวงชื่อ บะฮี รอ ซึ่งกล่าวถึงความเป็นศาสดาของท่านในอนาคต

ร่วมสงครามฟุ จญ้าร ครั้งที่ 1 และ 2 ท่านศาสดามุ ฮัม มัดเข้าร่วมทำสงครามระหว่างเผ่าในเมืองมัก กะฮ์ ขณะที่ท่านมีอายุ 15 ปี

ร่วมขบวนการฟื้นฟู ฮิลฟุล ฟุดุ้ล ท่านศาสดาเข้าร่วมองค์กรช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นองค์กรของเยาวชน ในขณะที่ ท่านมีอายุ 16 ปี

การเดินทางไปค้าขาย ท่านศาสดาเดินทางไปค้าขายที่ซีเรียในฐานะพ่อค้า ท่านทำการค้าให้กับพระนางคอ ดีญะฮ์ ในขณะที่ท่านศาสดามีอายุ 23 - 24 ปี

การตัดสินชี้ขาดด้วยชาญฉลาด ท่านศาสดามุ ฮัม มัดทำการตัดสินชี้ขาดกรณีขัดแย้งเกี่ยวกับการยกหินดำไปวางไว้ที่เดิม การแก้ปัญหาของท่านได้สร้างความพึงพอใจให้กับทุกคน ทำให้ทุกคนยอมรับในความเฉลียวฉลาดของท่าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ท่านมีอายุ 35 ปี

การประทาน วะฮีย์ ครั้งแรก อัลลอฮ์ ทรงประทาน อัล กุ รอาน ซูเราะฮ์ อัลอะ ลัก อา ยะฮ์ ที่ 1 – 5 ในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 17 เดือน รอมฎอน ที่ถ้ำ ฮิรออ์ เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงถึง การได้รับแต่งตั้ง เป็นน บีของท่านศาสดามุ ฮัม มัด ในขณะที่ท่านมีอายุ 40 ปี

การละหมาด ฟะญัรและอัส รี่ อัลลอฮ์ ทรงกำหนดให้ละหมาด ฟะญัร เวลารุ่งอรุณ และอัส รี่ เวลาเย็นอย่างละ 2 ร็อกอะฮ์ นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นศา สนทูต

ชาว กุร็อยส์ ต่อต้านท่านศาสดา ปีที่ 3 – 5 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ชาว กุร็อยส์ ประชุมหารือ เพื่อขอร้องให้ลุงของท่าน ศาสดาอบู ตอลิบช่วยบอกให้ศาสดาเลิกล้มการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม แต่ท่านศาสดาปฏิเสธข้อเสนอ ท่านกล่าวว่า ขอสาบาน ต่ออัลลอฮ์ ฉันจะไม่ทิ้งงานเผยแผ่เป็นอันขาด จนกว่า อัลลอฮ์ จะทรงให้ได้รับชัยชนะหรือไม่ฉันก็พินาศไป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเผยแผ่ของท่านศาสดา

ชาว กุร็อยส์ ต่อต้านอย่างรุนแรง ปีที่ 5 – 7 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ชาว กุร็อยส์ เริ่มทำร้ายบรรดาศอ ฮาบะฮ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เป็นทาส พวกอ่อนแอซึ่งไม่มีคนคอยช่วยเหลือ

การอพยพ สู่อบิส สิ เนีย เมื่อศาสดาเห็นบรรดาศอ ฮาบะฮ์ ได้รับความทุกข์ทรมานและการทำทารุณ ท่านศาสดามุ ฮัม มัดสั่งให้ศอ ฮาบะฮ์ อพยพ ไปอบิส สิ เนีย – เอธิโอเปีย ในปีที่ 5 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล

บุคคลสำคัญรับอิสลาม ท่าน ฮัมซะฮ์ บุตร อับดุลมุตตอลิบ และอุมัร บุตรค็อตต็ อบ เข้ารับอิสลามในปีที่ 5 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ต่อมา อัลลอฮ์ ได้ให้อิสลามมีความเกรียงไกรด้วยการรับอิสลามของทั้งสอง

การคว่ำบาตรท่านศาสดา ชาว กุร็อยส์ ต่อต้านและคว่ำบาตร ไม่คบหาสมาคมกับท่านศาสดา ตระกูลบนู ฮาชิมและบรรดาผู้ศรัทธา ในปีที่ 7 – 10 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล

ปีแห่งความโศกเศร้า ปีที่ 10 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ถือว่าเป็นปีแห่งความโศกเศร้า เนื่องจากพระนางคอ ดีญะฮ์ ผู้เป็นภรรยาและ อบู ตอลิบผู้เป็นลุงที่ได้ให้การอุปการะได้สิ้นชีวิต

การเผยแผ่ที่ เมืองฎออิฟ ปีที่ 10 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ท่านศาสดาเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาที่ เมืองฎออิฟ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัก กะฮ์ แต่ก็ได้รับ การปฎิเสธ

การละหมาด ฟัร ดู อัลลอฮ์ ทรงกำหนดการละหมาด ฟัร ดู 5 เวลาในขณะที่ท่านศาสดา เมี๊ยะรอจญ์

การเริ่มต้นของอิสลามที่มะดี นะฮ์ ปีที่ 11 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ชาวมะดี นะฮ์ 6 คน เข้าพบท่านศาสดาเพื่อขอรับอิสลาม

สนธิสัญญา อัลอะกอบะฮ์ ครั้งที่ 1 ปีที่ 12 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ชาวมะดี นะฮ์ 12 คน เข้าพบท่านศาสดาเพื่อทำสัญญา อัลอะกอบะฮ์ ครั้งที่ 1 โดยให้สัตยาบันว่าจะเคารพภักดี อัลลอฮ์ เพียงองค์เดียว

สนธิสัญญา อัลอะกอบะฮ์ ครั้งที่ 2 ปีที่ 13 ของการแต่งตั้งเป็นรอ ซู้ล ชาวมะดี นะฮ์ 75 คน เข้าพบท่านศาสดาเพื่อทำสัญญา อัลอะกอบะฮ์ ครั้งที่ 2 โดยให้สัตยาบันว่าพวกเขาจะสนับสนุนและช่วยเหลือท่าน ศาสดาพร้อมทั้งบรรดาศอ ฮาบะฮ์ ที่อพยพไปอยู่ที่มะดี นะฮ์

ท่านศาสดาอพยพจากมัก กะฮ์ สู่มะดี นะฮ์ ท่านศาสดาอพยพจากมัก กะฮ์ โดย มีอบูบักร ร่วมเดินทางไกลด้วย ระหว่างทางท่านได้สร้าง มัสญิด กุ บาอ์ ซึ่ง เป็นมัสญิด หลังแรกที่ถูกสร้างขึ้น ท่านศาสดาเข้าเมืองมะดี นะฮ์ ในวันศุกร์ ท่านได้ทำการละหมาดวันศุกร์ร่วมกับพี่น้องมุสลิมที่นั่น ซึ่งถือว่าเป็นการละหมาดวันศุกร์ครั้งแรกของอิสลาม เมื่อถึงเมืองมะดี นะฮ์ ท่านศาสดาได้สร้างความรัก ความเป็นพี่น้องร่วมศรัทธาระหว่างชาวมุ ฮาญิรีน ผู้อพยพ กับชาว อันซ็ อร ผู้ช่วยเหลือการอพยพของท่านศาสดามีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์อิสลาม มุสลิมจึงถือเอาการอพยพของท่านศาสดามุ ฮัม มัดเป็นจุดเริ่มของศักราชอิสลาม ซึ่งเรียกว่า ฮิ จญ เราะฮ์ ศักราช ( ฮ . ศ . ) ปีแห่งการอพยพของท่านศาสดามุ ฮัม มัด

 




ที่มา : ชมรมนักศึกษามุสลิมพระจอมเกล้าฯลาดกระบัง . ..........................................................

News : ข่าวเด่นวันนี้

News : บันเทิง

News : กีฬา